English Chinese (Simplified) Japanese Thai
เด็กบ้านราชาวดี พิการกายไม่พิการใจ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2009 เวลา 15:34
เด็กบ้านราชาวดี พิการกายไม่พิการใจเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า วันเด็กปีนี้...สำหรับเด็กด้อยโอกาส บ้านราชาวดี (ซอยตรงข้ามวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ปากเกร็ด นนทบุรี) 630 ชีวิต ถือเป็นอีกวันสำคัญ ที่พวกเขาเฝ้ารอ ความต้องการของเด็กส่วนใหญ่ อยากฟังดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ เล่นเกม ของขวัญไม่ว่าจะเป็นกล่องเล็ก กล่องใหญ่ แม้จะมีมูลค่าไม่มาก แต่มีคุณค่าทางใจ “สิ่งที่พ่อแม่...เจ้าหน้าที่บ้านราชาวดีพยายามทำให้กับเด็ก เป็นความตั้งใจจริง มีการฟื้นฟูเด็กในหลายๆด้าน ให้ช่วยเหลือตัวเองได้ในชีวิตประจำวันตามศักยภาพของเขา” พัชราภรณ์ เอ็นดู ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา บ้านราชาวดี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอก เด็กที่มีความสามารถพิเศษ ด้านกีฬา งานฝีมือ การแสดงออก ก็จะส่งเสริมในทุกด้าน เด็กที่มีความพิการทางสมอง หลายคนอาจมองว่าจะเล่นกีฬาที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสหลายด้านไปพร้อมๆกันไม่ได้ พัชราภรณ์ บอกว่า อย่าดูถูก เด็กบ้านราชาวดี ตีปิงปองก็ยังได้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการแข่งสเปเชียลโอลิมปิก สำหรับนักกีฬาที่มีความพิการทางสมองโดยเฉพาะ ไม่ได้มุ่งหวังแพ้ชนะ แต่เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ในความสามารถของเขา “ถ้าจำไม่ผิด ประเทศไทยคว้ามาได้ 17 เหรียญ...บ้านราชาวดี ส่งนักกีฬาว่ายน้ำไป 2 คน ได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญทองแดง” สมาชิกบ้านราชาวดี ส่วนใหญ่มาจากครอบครับที่รับภาระดูแลไม่ไหว อีกส่วนมาจากสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการที่รับมาตั้งแต่เล็กๆ พออายุถึงเกณฑ์ก็ส่งมาที่บ้านราชาวดี เด็กที่มาจากครอบครัว ชุมชน ที่มีความพิการทางสมอง จะเป็นภาระอย่างมากสำหรับครอบครัวที่มีความพร้อมน้อย “ถ้าเด็กอยู่บ้าน พ่อแม่ก็ออกไปทำมาหากินไม่ได้ ไม่มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว แต่ถ้าปล่อยให้เด็กอยู่คนเดียว เด็กก็จะรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง” บางคน...พาลูกมาฝากเลี้ยงแล้วก็ไม่กลับมาดูลูกเลย บางคนมาดูแล้วเห็นว่า เด็กมีความเป็นอยู่ดี...ก็ปล่อยเอาไว้เลย ตัวเด็ก ด้วยความที่มีความพิการทางสมอง บางคนก็รู้เรื่อง พูดสื่อสารไม่ได้ แต่ก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบ เวลาครอบครัวมาเยี่ยม แสดงอาการดีใจ อยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยอย่างเห็นได้ชัด เร็วๆนี้เอง “เจ้าบัส”...มีพ่อมาเยี่ยม ได้เวลาพ่อจะกลับ ก็แสดงอาการเหมือนจะร้องตาม ผ่านมาหลายวันแล้ว วันนี้เจ้าบัสไม่ค่อยร่าเริง ไม่ร้องให้พาไปเที่ยว พาไปเดิน ป่วยเป็นไข้หวัดนอนซมอยู่บนเตียง เจ้าบัส พ่อมาฝากเลี้ยงไว้นานเกือบปีเต็ม ตอนแรกบอกว่า ฝากไว้เดี๋ยวจะมาเยี่ยมบ่อยๆ พัชราภรณ์ ก็บอกไปว่า ครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุด ที่ต้องดูแลคนในครอบครัวให้อยู่อย่างมีความสุข “เด็กถึงแม้จะพิการยังไง ก็จะมีความสุขเมื่อได้อยู่กับครอบครัว” พ่อแม่เลี้ยงดูเด็กด้วยความรัก ใส่ใจเขาจริงๆ แม้ว่าเด็กจะพิการทางสมองแต่เด็กก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ เราต้องมีความหวัง อย่าคิดว่าพิการแล้วก็ต้องพิการไปตลอดชีวิต สภาพร่างกายการบำบัดฟื้นฟู บ้านราชาวดีเยียวยาให้ได้ แต่การที่พ่อแม่มาเยี่ยมสม่ำเสมอ จะทำให้เด็กได้รับการดูแลด้านจิตใจด้วย เด็กอยู่กับเด็กอาจรู้สึกกลมกลืน จะสังเกตไม่เห็นเลยว่าพวกเขารู้สึกเหงา เศร้า หรือคิดอะไรกันอยู่บ้าง ด้วยความพิการทางสมอง เด็กหลายรายไม่สามารถมีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไรได้เลย บ้านราชาวดีไม่เคยปฏิเสธเลือกรับเด็กเข้ามาดูแล แต่แยกกลุ่มเด็กได้ 3 กลุ่ม เฉลี่ยแต่ละกลุ่มมีจำนวนพอๆกัน กลุ่มแรก...เด็กพิการทางสมอง แต่พอช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่ในระดับที่สื่อสารได้ กลุ่มที่สอง...เด็กพิการซ้ำซ้อน พิการทางสมองแล้วยังส่งผลให้ร่างกายพิการ และ กลุ่มสุดท้าย...กลุ่มที่มีอาการทางจิตประสาท ต้องได้รับยาควบคุมอาการทางจิตอยู่ตลอดเวลา พัชราภรณ์ บอกว่า การบำบัด จะแยกตามกลุ่มเด็ก ถ้าพิการทางกายด้วยก็ฟื้นฟูทางกายภาพบำบัด ขณะเดียวกันก็ทำด้านอื่นด้วย เด็กบางคนทำด้านอาชีวบำบัดได้ รู้จักใช้กล้ามเนื้อมือมัดใหญ่มัดเล็ก ฝึกสมาธิในการทำงาน อีกกลุ่มคือการส่งเสริมพัฒนาการ ในเด็กกลุ่มที่มีระดับความพิการไม่สามารถดูแลตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน ฝึกให้รู้จักแปรงฟัน อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ ตั้งแต่โถนั่งยอง ชักโครกราด ชักโครกกด “ฝึกให้ดื่มน้ำ จะดื่มยังไงไม่ให้น้ำหกใส่ตัว สำหรับเด็กบางคนอยู่ในวัยเข้าห้องเรียนได้ ก็มีห้องเรียนให้เรียนเตรียมพร้อมไปเรียนต่อในโรงเรียนปกติ” ที่ผ่านมา เวลาไปทดสอบ เด็กบ้านราชาวดี 10 กว่าคน จะสอบผ่านเข้าชั้นประถมโรงเรียนปกติได้ 3 คน การบำบัดส่วนสำคัญอีกส่วนที่ต้องกล่าวถึง “Snoezelen Rooms” การพัฒนาระบบประสาทผ่านอุปกรณ์ใน ห้องไวท์รูม กับ ห้องแอดเวนเจอร์รูม ใช้แสง สี กลิ่น เสียงดนตรี กระตุ้นความรู้สึกพื้นฐานของเด็กๆในด้านต่างๆ ภายในห้องแอดเวนเจอร์รูมจะมีอุปกรณ์ จัดวางตามหลักวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการพัฒนาสมองอย่างอิสระ ให้เด็กรู้สึกปลดปล่อย ฝึกการเคลื่อนไหวข้อต่อ เหมาะสำหรับเด็กที่ทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายผู้อื่น เด็กสมาธิสั้น เคยเรียนแบบนิ่งๆได้ไม่เกิน 5 นาที เมื่อผ่านการเข้าห้องนี้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะมีสมาธินานขึ้น อาจเพิ่มเป็น 7-8 นาที ส่วนห้องไวท์รูม เป็นห้องที่ทำให้เด็กสงบ มีสมาธิ ช่วยในเรื่องควบคุมอารมณ์ ผ่อนคลายอย่างลึก สองห้องนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและมูลค่ามาก ผ่านการสงเคราะห์จากผู้บริจาคเข้ามายังมูลนิธิบ้านราชาวดี หากสังเกต สีหน้า พฤติกรรมที่เด็กแสดงออก พอจะสื่อให้รู้ว่ามีความสุขมากน้อยแค่ไหน? ผู้ใหญ่ใจดีที่มาร่วมกิจกรรมที่บ้านราชาวดี ไม่ว่าวันปีใหม่...วันเด็ก หรือมาเยี่ยมชมทั่วไป มักจะพูดว่า...“สัมผัสที่เห็นเด็กด้วยสายตา รู้ได้ว่าเด็กบ้านราชาวดีมีความสุข” “สัญญาณแห่งความสุข คือสิ่งที่แสดงถึงความสำเร็จในการทำงานของเรา” พัชราภรณ์ บอกอีกว่า ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี จะเห็นว่าบุคคลภายนอกให้ความสำคัญกับเด็กพิการที่ถูกทอดทิ้งมากขึ้น ผู้ที่มาเยี่ยม ข้าวของต่างๆที่รับบริจาคมีเข้ามาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นของใช้ส่วนตัวของเด็ก สิ่งของจำเป็นที่ทางหน่วยงานต้องการ ถ้าส่งข่าวประชาสัมพันธ์ไปก็ได้รับการตอบสนองกลับมาทุกครั้ง วันเด็กทุกปีจะมีกิจกรรม ร้านอาหารให้เด็กได้มีความสุขหลากหลายเมนู ปีนี้ยิ่งมากเป็นพิเศษ แทบจะนับกันไม่ถ้วน เท่าที่จำได้ก็มี กระเพาะปลา ผัดซีอิ๊ว ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ ข้าวเหนียวหมูย่าง ข้าวหน้าเป็ด ข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่ หมูสะเต๊ะ ลูกชิ้นน้ำตก ถ้าเป็นขนมก็จะมี ขนมถังแตก เวเฟอร์ไส้กรอก ข้าวเหนียวถั่วดำ ไอศกรีมโบราณ เต้าฮวยนมสด ขนมครก และขนมขบเคี้ยวอื่นๆอีกสารพัดชนิด นอกจากซุ้มอาหาร ซุ้มการแสดง ซุ้มเกม ยังมีซุ้มแจกของขวัญ แจกให้กับเด็กในบ้าน และแจกกับเด็กในชุมชนละแวกนี้อีก 400 ชิ้น เรียกว่า เด็กบ้านไหนที่มางานวันเด็กบ้านราชาวดีจะได้รับของขวัญติดมือกลับไปทุกคน ปีนี้พิเศษหน่อย มีเจ้าภาพมาฉายหนังให้เด็กได้ดูด้วย และไม่พลาดที่จะมีดารา นักแสดงแวะเวียนมามอบความสุขให้กับเด็กๆ ตลอดทั้งวัน “วันเด็กบ้านราชาวดี บรรยากาศจึงคึกคักทุกปี” พัชราภรณ์ ว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อถึงวันเด็ก เด็กหลายคนจึงตั้งตารอ และรอทุกเทศกาล นับตั้งแต่ปีใหม่ วันเด็ก วันสงกรานต์ วันลอยกระทง หรือแม้กระทั่งรู้ข่าวว่ามีแขกมาจัดแสดงดนตรี เด็กบางคนเจอหน้า ก็จะถามแค่ประโยคเดียวว่า มีแขกมาไหม? การเฝ้ารอเป็นปกติ แต่ไม่ได้เป็นความหวังว่าแขกจะมาหรือไม่ ความคิดของเด็กคือมีความสุขที่ได้เฝ้ารอ มีคนมาเยี่ยม บ้านราชาวดีเป็นมุมเล็กๆมุมหนึ่งของสังคมเด็กพิการทางสมอง พัชราภรณ์ ในฐานะแม่ใหญ่อยากฝากไปถึงเด็กปกติ ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เกิดมาครบ 32 โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ดูแลอบอุ่น ส่งให้เรียนหนังสือ ก็ขออย่าเกเร เชื่อฟังพ่อแม่ ตั้งใจเรียน นำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัว แหล่งข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 10 มกราคม 2552

ขอบคุณเนื้อหาข่าวดีๆจาก www.surinta.com
 

จำนวนคนออนไลน์

เรามี 7 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

เนื้อหา และภาพ ในส่วนของสินค้าทั้งหมดภายในเว็บนี้ ห้ามนำไปทำซ้ำหรือนำไปดัดแปลงโดยเด็ดขาด ถ้าผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องมีความ ผิดตามกฎพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ ถ้าผู้ใ้ดหรือเว็บไซต์ใด มีความต้องการจะนำไปใช้กรุณาติดต่อ Webmaster